bodyslen.com
FATTACHE

 

Bodyslen.com

วิธีการบริโภค

1. รับประทานเส้นใยอาหารครั้งละ 2 แคปซูล ตามด้วยน้ำ 1 แก้ว (8 ออนช์) ก่อนอาหาร 15-20 นาที

2. รับประทานเส้นใยอาหาร 1-2 แคปซูล ตามด้วยน้ำ ครึ่งแก้ว (4ออนช์)หลังมื้ออาหารที่คุณรับประทานมากเกินไป

3. ดื่มน้ำ 1 แก้ว (8 ออนช์) ระหว่างมื้ออาหาร และดื่มน้ำทันทีเมื่อตื่นนอน ตอนเช้า

4. เคี้ยวอาหารช้า ๆ ทำให้มื้ออาหารของคุณมีความสุข

5. ก่อนนอน 3 ชั่วโมง ไม่ควรรับประทานอาหาร

6. รับประทานแต่พอควร ทานน้อย ๆ ในแต่ละมื้อ ช่วยให้คุณมีระดับพลังงาน ที่สมดุล

7. จำกัดการบริโภคแอลกอฮอล์ จะช่วยในการลดน้ำหนัก

8. เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ในแต่ละวัน เพราะดีต่อสุขภาพและเมื่อคุน คุ้นเคยคุณจะมีความสุขที่ได้รับประทาน

9. จำกัดปริมาณน้ำตาลและ/หรืออาหารมันต่าง ๆ โดยใช้วิจารณญาณของ คุณเอง

10. ทำให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งในกิจวัตรประจำวัน หลังจาก 2-3 สัปดาห์ของการออกกำลังกาย คุณจะสังเกตุเห็นถึงความแตกต่าง ลำดับความสำคัญของกิจกรรมให้ดีถ้าคุณต้องการลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย 30-4 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน

 

 

 

 
ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลง

รายการอาหาร

ลดน้ำหนัก

เมื่อคุณทำครบ 7 วันแล้วให้เริ่ม ใหม่ ภายใน 2 สัปดาห์ น้ำหนักคุณจะลดลงตามต้องการ

การออกกำลังกาย

-จดบันทึกเกี่ยวกับการออกกำลังกายของคุณ
ลองหาดูว่ากิจกรรมการออกกำลังกายของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

-เพิ่มการเดินเล่นประจำวัน

-ออกไปเดินเล่นวันละ 2 ครั้ง
-เดินเล่นในช่วงค่ำหลังการรับประทานอาหารค่ำแบบเบา ๆ
-สนุกกับการออกกำลังกายด้วยการเดินเล่นให้มากที่สุด
-ออกกำลังกายที่บ้าน
การเต้นแอโรบิคตามเทปวีดิโอ
การทำท่าปั่นจักยานตามเสียงเพลง
การทำท่าพายเรือกรรเชียง
-เดินไป/กลับ จากที่ทำงานให้มากขึ้น/ใ้ช้บันได
-คิดถึงคุณค่าของการเผาผลาญไขมันใน๘ณะที่คุณออกกำลังกาย
-ใช้การเต้นของหัวใจเป็นเครื่องวัดความเข้มข้นของการออกกำลังกาย
-ทำตารางกิจกรรม
-วิ่งเหยาะ ๆ หรือวิ่ง/ปั่นจักรยาน/ว่ายน้ำ
-หาสิ่งชดเชยด้วยการออกกำลังกาย

 

 


 

 

คำแนะนำโภชนาการ
การบริโภคอาหารไขมันต่ำ

ความห่วงกังวลเกี่ยวกับไขมันในการบริโภคอาหารนับว่า เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดของการลดน้ำหนักอย่างถาวร การค้นคว้าวิจัยในช่วง ทศวรรษที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ร่างกายของเรามีปฏิกิริยาต่อพลังงานไขมัน แตกต่างไปจากพลัีงงานจากคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน เช่น ร่างกาย ของเรา สามารถสะสมไขมันร้อยละ 97 จากสเต็กหมูได้อย่างง่ายดาย แต่สามารถสะสมพลังงานจากไก่ หรือผัก และข้าวได้ในปริมาณที่น้อยมาก

หนังสือ The T-Factor Diet ของ ดร.มาร์ติน คาทาห์น จากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์และหนังสือ The New American Diet ดร.วิลเลี่ยม คอนเนอร์ จากมหาวิทยาลัยโอเรกอนได้กล่าวถึงยุทธวิธีต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบโภชนาการหลากหลายชนิด รวมทั้งการบริโภคไขมันซึ่งจะไม่ นำไปสู่การมีน้ำหน้กส่วนเกิน

ในการบริโภคอาหารตามปกติของชาวเปอร์โตริกัน พวกเขามักจะบริโภค ไขมันวันละประมาณ 100-200 กรัม อันเนื่องมาจากนิสัยการรับประทาน อาหารของชาวพื้นเมืองและการรับประทานอาหารจานด่วน ไขมันแ่ต่ละกรัม มีพลังงาน 9 แคลอรี่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานไขมันได้วันละ 1000 แคลอรี่ ปริมาณพลังงาน โดยเฉลี่ยที่ผู้ใหญ่ควรบริโภคอยู่ในระหว่าง 1800-2400 แคลอรี่ ต่อวัน ซึ่งไขมันจะมีสัดส่วนของปริมาณพลังงานที่ได้รับ ทั้งหมดสูงถึง 35-50%

ในขณะที่ผู้ชายสามารถได้รับพลังงานจากไขมันได้ในปริมาณ วันละ 270-540 แคลอรี่ ไม่มีใครกำหนดได้หรอกว่า คุณควร จะเผาผลาญไขมันได้ในปริมาณเท่าใดซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนิสัยในการ รับประทานอาหารของคุณเองแต่คุณควรจะระมัดระวังเกี่ยวกับการ ควบคุมอาหารของคุณให้ดีร และบริโภคอาหารทีี่มีส่วนประกอบ ของไขมันในปริมาณที่น้อยลง

การเปลี่ยนแปลงนี้มิได้หมายความว่า คุณต้องรับประทานอาหาร ให้น้อยลง ในหนังสือ The New California Diet โดย ดร.ปีเตอร์ วู้ด จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้แนะนำเกี่ยวกับการเปลี่ยน แปลงการควบคุมอาหารโดยการบริโภคไขมันให้น้อยลง แต่บริโภคผลไม้และผักให้มากขึ้นเป็นสองเท่ารวมทั้งการบริโภคขนมปังให้น้อย ลงจาก 3-5 แผ่น และซีเรียล 3-6 ถ้วย ในแต่ละวัน (บางคนแนะนำให้บริโภค ซีเรียลครึ่งถ้วย และขนมปัง 1 แผ่น)

การบริโภคในลักษณะนี้เป็นตัวอย่างของ การบริโภคตามแนวทางของชาวเปอร์โตริกัน ซึ่งมีการบริโภคไขมันในปริมาณ สูง แต่เราสามารถนำแบบอย่างการบริโภคในลักษณะดังกล่าวมาดัดแปลงให้ เหมาะสมกับความต้องการอาหารของเราเอง โดยลดปริมาณของส่วนประกอบ ไขมันให้น้อยลง

 


ดร.คาทาห์น แนะนำเอาไว้ว่า ในการลดน้ำหนัก ผู้หญิงควรบริโภคไขมันวันละ 20-40 กรัม และผู้ชายควรบริโภควันละ 30-60 กรัม ไขมัน 1 กรัมจะให้พลังงาน 9 แคลลอรี่ วึ่งก็หมายความว่าผู้หญิงสามารถได้รับพลังงานจากไขมัน ได้ในปริมาณวันละ 180-360 แคลลอรี่ พูดให้ง่ายคือพยายามหลีกเลี่ยงของทอด ของมัน อาหารที่มีกระทิเป็นส่วนประกอบ เช่นลอดช่องน้ำกระทิ แกงเขียวหวาน เป็นต้น