การ ลดน้ำหนัก
หรือการ ลดความอ้วนไม่ใช่เรื่องยากเลยหากทุกท่านมีความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องของ
โภชนาการและสาเหตุที่ทำให้อ้วน ที่นี่เรารวบรวมสาระความรู้ไว้ให้ท่านได้ศึกาาและสามารถนำไปปฏิบัติ
ได้อย่างถูกต้องด้วยตัวเอง
|
|
| |
อย่างไรเรียกว่าอ้วน
การที่จะสรุปว่าคนนั้นอ้วน คนนี้ไม่อ้วน
จะมีเกณฑ์วัดค่าดัชนีความหนาของร่างกาย
(Body Mass Index หรือ BMI ) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่นิยมนำมาใช้ในการชี้วัดว่าอ้วนหรือไม่
โดยมีสูตรในการคำนวณค่า BMI
คือ เอาน้ำหนักตัว (กิโลกรัม)
หารด้วยความสูง (เมตร) คูณความสูง
(เมตร)
แล้วนำมาเทียบกับค่าดัชนีมวลกาย
(BMI) มาตรฐานดังนี้
ค่า BMI ภาวะความอ้วน
17.00 18.49 ค่อนข้างผอม
18.50 24.99 เหมาะสม
25.00 29.99 ท้วม
30.00 39.99 อ้วน
40.00 ขึ้นไป อ้วนผิดปกติ"
BMI = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)
ความสูง (เมตร) x ความสูง (เมตร)
ผู้ที่เข้าข่ายว่าอ้วนจะต้องมีตั้งแต่
30 กิโลกรัม / ตารางเมตรขึ้นไป
วัดสัดส่วนของคุณ |
|
|
โรคอ้วน
(Obesity)
| สภาวะที่ร่างกายมีไขมันเกินกว่าสภาวะปกติ
ในผู้ชายสภาวะปกติไม่ควรมีไขมันเกินกว่า
15% ของน้ำหนักตัวในผู้หญิงสภาวะปกติไม่ควรมีไขมันเกินกว่า
20% ของน้ำหนักตัว ยกตัวอย่างเช่น
ผู้ชายมีน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม
น้ำหนักไขมันในร่างกายถ้ามีมากกว่า
9 กิโลกรัม จัดว่าเป็นโรคอ้วน ในผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัว
50 กิโลกรัม ถ้ามีน้ำหนักไขมันเกินกว่า
10 กิโลกรัม จัดเป็นโรคอ้วน อ่านต่อ
กลับ |
|
|
อ้วนแบบแอ๊ปเปิ้ลและสาลี่
รูปร่างอ้วนแบบลูกแอ๊ปเปิ้ลของวัยกลางคน
และ หญิงสาวที่มีรูปร่างอ้วนแบบลูกสาลี่เมื่อ
รู้ว่าตนเองอ้วนหรือท้วมแล้วควรระวังรูปร่างของตนไว้เพราะไขมัน
จะสะสมอยู่ในร่างกายจนมีรูปร่างอ้วนอย่าง2
แบบ ดังกล่าว
ผู้ที่มีไขมันจับตัวรอบหน้าท้อง
(อ้วนท่อนบน) เรียกว่าอ้วนแบบลูกแอปเปิ้ล
หรือที่เรียกว่าท้องถังเบียร์หรือลงพุงผู้ชายส่วนมากจะอ้วนแบบนี้
และยังพบในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
ซึ่งจะมีไขมันสะสมที่ท้องซ้อนกัน
3 ชั้นจนดูคล้ายลูกแอป-เปิ้ลด้วยเช่นกันหากไขมันสะสมอยู่ท่อนล่าง
เรียกว่าอ้วนแบบลูกสาลี่ (อ้วนท่อนล่าง)
พบมากในหญิงวัยรุ่นเป็นต้นไป ไขมันจะสะ-สมอยู่ที่ก้น
ต้นขา หน้าท้อง อ่านต่อ
กลับ |
|
|
ความอ้วน
ทำไมจึงน่ากลัว
ความอ้วนเกิดจากร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินไปแต่อย่าเข้าใจผิดว่าไขมันดังกล่าวเป็นศัตรูต่อร่างกายในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ
ล้วนแต่เป็นเรื่องราวการต่อสู่กับความหิวโหยแทบทั้งสิ้นแม้แต่ปัจจุบันบางแห่งในโลกก็ยังคงต้องต่อสู้กับความอดยากหิวโหน
มนุษย์ต้องต่อสู้กับความหิวเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์
พร้อมกับสร้างความเจริญก้าวหน้าต่อไปเรื่อย
ๆ ดังนั้นร่างกายจึงพัฒนากระบวนการเก็บสะสมไขมันในร่างกาย
เพื่อสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานได้สูงสุดแม้ปริมาณเพียงเล็กน้อยเมื่อร่างกายมีพลังงานหลงเหลืออยู่แม้เพียงเล็กน้อย
ก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดเป็นกลางแล้วถูกเก็บสะสมอยู่ในเซลล์ไขมันเพื่อใช้ยามต้องการต่อไป
ดั้งนั้น การที่ร่างกายอ้วนง่าย
เป็นเพราะร่างกายมีประสิทธิภาพเก็บสะสมไขมันได้ดีบางครั้งเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อดอยากร่างกายก็จะนำเอาประสิทธิภาพนี้มาใช้ด้วยเช่นกัน
อ่านต่อ
กลับ |
|
|
ความพยายามในการลดความอ้วนแบบต่างๆ
1 . วิธีกินยาลดความอ้วน
เป็นวิธีที่แพร่หลายมากเพราะสะดวกกับผู้รับการรักษามาก
ไม่ต้องมีความรู้ไม่ต้องปฏิบัติตัวอะไรมาก
กินยาตามที่หมอสั่งก็สามารถลดความอ้วนได้แล้ว
แต่ผลเสียจากการรักษาด้วยวิธีนี้คือ
อาการแพ้ยาในบางคน ผลข้างเคียงจากยา
เช่น ใจสั่น ความดันโลหิตสูง
เกิดโรคหัวใจ เมื่อกินต่อเนื่องไปจะเกิดอาการดื้อยาจำเป็นต้องหยุดยา
เมื่อหยุดยาแล้วจะเกิดอาการโยโย้
(Yoyo Effect) คือมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าก่อนการกินยา
เนื่องจากกลับมากินอาหารมากกว่าเดิม
สรุปแล้วการกินยาลดจึงเป็นการลดน้ำหนักที่มีผลสำเร็จได้ไม่คุ้มกับที่ต้องเสียไป
อ่านต่อ
กลับ
|
|
|
อันตรายจากยาลดความอ้วน
ถึงแม้ยาลดความอ้วนจะได้ผลอย่างรวดเร็วทันใจแต่ผลอีกด้านหนึ่งของยาดังกล่าวก็มีอันตรายต่อร่างกายของเราอย่างมากมายทั้งในระยะสั้นและ
ระยะยาวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะทำให้รู้สึก
หงุดหงิดนอนไม่หลับกระสับกระส่าย
ร่างกายทรุดโทรมการทำงานของระบบหัวใจผิดปกติ
เป็นพิษต่อตับ
และไต อาจมีอาการเพ้อคลั่ง สูญเสียเกลือแร่และน้ำมันมากเกินไปจนอาจทำให้เกิดภาวะช็อก
เกิดการทำงานอย่างผิดปกติของน้ำดี
หรือเกิดภาวะความเสื่อมอื่น ๆ ต่อร่างกายของเรา
เป็นต้น ซึ่งนอกจากความเป็นพิษหรืออันตรายดังกล่าวแล้ว
ยังพบว่าผู้ที่หยุดรับประทาน
ยาลดความอ้วนแล้วมักทำให้กลับมาอ้วนหรือกลับมามีน้ำหนักมากกว่าก่อนการรับประทานยาลดความอ้วนเกือบ
100 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่รับประทานยาดังกล่าว |
|
|
| หากค่าดัชนีความหนาของร่างกาย(BMI)ชี้วัดว่าท่านอ้วนจริงและท่านต้องการลดความอ้วนให้ปลอดภัยแล้วละก็ก่อนอื่นท่านต้องพิจารณาถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความอ้วน
ว่ามีสาเหตุมาจากอะไรเช่นขาดการออกกำลังกาย
กินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ หรือเกิดจากกรรมพันธุ์
(วิเคราะห์สาเหตุที่อ้วน)
จากนั้นก็หาวิธีการลดน้ำหนักที่เหมาะสมกันสาเหตุนั้นมาปฏิบัตอาทิคนอ้วนที่มีนิสัยการกินอาหารจุบจิบ
หรือชอบกินอาหารมัน ๆ ไม่ชอบออกกำลังกาย
ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารใหม่
และออกกำลังกายบ้าง แต่ถ้าหากเกิดจากกรรมพันธุ์
หรือความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ก็ต้องปรึกษาแพทย์
อย่างไรก็ตาม การลดความอ้วนที่ให้ผลดีและปลอดภัย
มีวิธีปฏิบัติ ดังนี้ อ่านต่อ
กลับ |
|
|
ผู้ที่เริ่มอ้วนเมื่อถึงวัยกลางคน
คนมีพุงมีโอกาสผอมง่าย
อ้วนเพราะมีเซลล์ไขมันเพิ่มขึ้น
กับอ้วนเพราะเซลล์พองตัว
แม้จะทำพยายามลดน้ำหนักตั้งแต่แรกแต่บางคนก็เห็นผลง่ายงายคนก็เห็นผลยาก
เพราะเซลล์ไขมันเป็นเหตุ หากนำเซลล์ไขมันของคนอ้วนมาส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบลักษณะเซลล์
3 แบบ ดังนี้คือ
1.มีจำนวนเซลล์ไขมันมาก
2.จำนวนเซลล์ไขมันไม่ต่างจากคนปกติทว่าแต่ละเซลล์มีขนาดใหญ่
3.มีจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ อ่านต่อ
กลับ
|
|
|
| คนอ้วนหลายคนอยากจะผอม วิธีลดความอ้วนทำได้ไม่ยาก
เพียงเดินเข้าคลินิกลดความอ้วน
ใช้บริการสักพักหุ่นจะผอมโกรกลงทันตาเห็น
แต่หลายคนพบว่าลดความอ้วนได้สำเร็จผอมเพรียวอยู่ไม่นานจะกลับไปอ้วนได้เหมือนเดิมอีก
ปัญหาอย่างนี้ฝรั่งเขาเรียกว่า
โยโย หรือ YOYO effect
มีวิธีการที่เรียกว่าวิธี สามประสาน
คือ ใจ อาหาร และกาย ริชาร์ด
ซิมมอนส์ (Richard Simmons) นักโภชนาการและนักเขียนชาวอเมริกันเคยเขียนเป็นหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กขายดีเมื่อนานมาแล้ว
ปัจจุบันวิธีการนี้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่งพวกเราอาจลองนำมาดัดแปลงทดลองใช้ดูก็ได้
อ่านต่อ
กลับ |
|
|
1.ตั้งมั่นในจิตใจว่าจะแก้ไขสิ่งผิดเพื่อให้น้ำหนักลดลงเพื่อสุขภาพที่ดีกว่าเป็นประการสำคัญที่สุด
2. ตรวจสอบน้ำหนักตนเองสม่ำเสมอทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
3. รับประทานอาหารเป็นเวลา เคี้ยวให้ละเอียด
ไม่รับประทานจุกจิกรับประทานเฉพาะเวลาหิว
ไม่รับประทานอาหารเพราะความอยาก
อาหารแต่ละมื้อให้รับข้าวน้อย ๆ
กับข้าวมาก ๆ (ไม่มัน) อย่าเสียดายอาหาร
อิ่มแล้วก็พอ อ่านต่อ
กลับ |
|
|
ลดน้ำหนักอาทิตย์ละเท่าไหร่ดี
| การตั้งเป้าหมายเพื่อการลดน้ำหนักควรลดประมาณสัปดาห์ละ
1กิโลกรัมถ้าลดน้อยกว่าสัปดาห์ละ
1กิโลกรัมจะเห็นผลจากลดน้ำหนักช้าไม่กระตุ้นให้เกิดกำลังใจที่จะลดต่อถ้าอ้วนมากอาจต้อง
ลดน้ำหนักเป็นปีทำให้ผู้ป่วยโรคอ้วนเกิดความท้อแท้หมดกำลังใจเสียก่อนถ้าลดน้ำหนักมากกว่าสัปดาห์ละ
1กิโลกรัมอาจเกิดความเครียดขณะลดน้ำหนักเนื่องจากต้องควบคุมการกินอาหารอย่างเคร่งครัดอาจเกิด
อ่านต่อ
กลับ
|
|
|
เหตุผลที่ไม่ควรลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
| การที่น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วนั้นไม่เฉพาะไขมันที่เราไม่ต้องการเท่านั้นที่ลดลง
แม้แต่กระดูกและกล้ามเนื้อก็ลดลงด้วยนอกจากนี้สภาพร่างกายโดยทั่วไปจะดูไม่ดีอาทิ
ผมร่วง ผิวเสีย
เกิดโรคโลหิตจางหรือเป็นโรคกระดูกบาง
อ่านต่อ
กลับ
|
|
|
นิสัยที่ต้องแก้สำหรับผู้ที่อยากลดน้ำหนัก
| การแก้ปัญหาในข้อนี้จำเป็นต้องใช้กลวิธีที่เหมาะสมเพราะการจะแก้หรือเปลี่ยนนิสัย
ของ คนเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก
ก่อนจะคิดหากลวิธีที่เหมาะสม
จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่านิสัยการกินอาหารที่ผิดของคน
เกิดขึ้นจากลักษณะนิสัยอย่างไรบ้าง
กลวิธีที่เหมาะสมที่เลือกใช้จะใช้แก้ไขตามลักษณะนิสัยในแต่ละส่วน
อ่านต่อ
กลับ
|
|
|
ปรับปรุงการรับและใช้พลังงานให้สมดุล
หากใช้พลังงานมากก็ยิ่งลดการสะสมไขมันในร่างกาย
มนุษย์ทานอาหารเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานใช้ในการดำรงชีวิตต่อไปและเพื่อสามารถทำกิจ
กรรมต่าง ๆ ได้ สารอาหารที่เป็นต้นกำเนิดพลังงานมี
3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ คาร์โบไฮเดรด
โปรตีน ไขมัน ปริมาณความร้อนจาก
3 สารอาหารหลักนี้เรียกว่าเป็นพลังงานที่ได้รับ
เข้าไป ส่วนพลังงานที่มนุษย์ใช้เพื่อการดำรงชีวิตและดำเนินกิจการต่าง
ๆ เรียกว่าพลังงานที่ถูกใช้ไป
(พลังงานถูกเผาผลาญ) อ่านต่อ
กลับ
|
|
|
| ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นลดน้ำหนักอย่างเร่งรัด
ขอให้คุณทำความเข้าใจเสียก่อน เพราะเป็นเทคนิคที่สำคัญในอันที่จะทำให้คุณควบคุมน้ำหนักได้
และลดได้อย่างถาวรตลอดไป
เทคนิค 7 ข้อ ที่เป็นคาถาประจำตัวของคุณ
1. เลิกกินไขมัน
ไขมัน 1 กรัมให้แคลอรี่ตั้ง
9 แคลอรี่
ถ้า 1 วันคุณกินไขมัน 100 กรัม
คุณก็ได้ 900 แคลอรี่แล้ว และถ้าวันหนึ่งคุณใช้พลังงานไปแค่
500 แคลอรี่ นั่นก็มายถึงว่ามีไขมันเหลือสะสมในร่างกายของคุณอีก
400 แคลอรี่ ซึ่งเมื่อสะสมไปอีก
5-6 วัน ก็จะได้ 3,500 แคลอรี่
ซึ่งหมายถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
2.2 กิโลกรัม อ่านต่อ
กลับ |
|
|
การดูแลร่างกายขณะลดความอ้วน
| ถ้าเราลดความอ้วนอย่างถูกวิธีร่างกายจะสูญเสียเฉพาะไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกายไปเพียงอย่างเดียว
กล้ามเนี้อไม่ลดขนาดลงไปด้วย วิธีการก็คือกินอาหารตามสัดส่วนที่แนะนำและมีการออกกำลังกายเสริมในตอนเย็น
อาจจะมีขนาดของกล้ามเนื้อที่ลดลงไปบ้างเพียงเล็กน้อย
หรือไม่ลดขนาดลงเลย แต่ถ้าเรากินอาหารไม่ถูกสัดส่วน
และไม่ออกกำลังกายเลยจะมีขนาดของกล้ามเนื้อที่ลดลงไปมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนของไขมันที่ลดลง
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาในผู้ที่กำลังลดความอ้วน
อ่านต่อ
กลับ |
|
|
เมื่อลดไม่ลง
| น้ำหนักลงแล้วค้างคงที่ ควรทำอย่างไร
กราฟแสดงน้ำหนักที่ลดลงอย่างได้ผลดีต้องเป็นขั้นบันได้หลังจากเริ่มลดน้ำหนักประมาณ
3-4 อาทิตย์ น้ำหนักตัวจะค้างคงที่เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อเริ่มลดปริมาณอาหารช่วง
1-2 อาทิตย์แรก จะเห็นว่าน้ำหนักตัวลดลงเล็กน้อยอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ช่วงระยะนี้ เป็น อ่านต่อ
กลับ |
|
|
หากน้ำหนักตัวยังไม่ลดลง
ทำกราฟน้ำหนักตัวต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
ใช้วิธีโภชนาการบำบัด
การออกกำลังกายต่อไปเรื่อย ๆ
ตรวจสอบหาสิ่งที่ต้องแก้ไขในกิจวัตรประจำวัน
ตรวจเช็ครายละเอียดของอาหาร รายละเอียดกิจกรรมต่าง
ๆ ในแต่ละวัน
ยังมีอะไรที่เป็นสาเหตุให้อ้วนง่ายที่มองข้ามไปหรือไม่
อ่านต่อ
กลับ |
|
|
| |